วิธีการเข้าใจ Flat/Zigzag ในฉบับแก่นแท้
สวัสดีครับเพื่อนๆ ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจแก่นแท้ของ Flat/Zigzag กัน ซึ่งจะพูดถึงแนวคิดที่จะช่วยให้เพื่อนๆสามารถเข้าใจทั้งสองรูปแบบนี้ได้อย่างรวดเร็ว และ สามารถเข้าใจความเชื่อมโยงของมันทั้งสองได้อย่างลึกซึ้ง
ให้จำไว้เลยนะครับว่า ทั้งสองรูปแบบนี้มีสิ่งที่เหมือนกันและเป็นแก่นหลักเลย ก็คือ จำนวนคลื่นของรูปแบบ และที่เหลือจะเป็นเพียงคอนเซปต์เสริมที่นำมาแยกพวกมันออกจากกันก็เท่านั้น
รูปแบบคลื่นทั้งสองรูปแบบนี้มีจำนวนขาทั้งหมด 3 ขาเหมือนกัน ดังนั้นนี่คือความเชื่อมโยงแรก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือลักษณะความสูงของคลื่น B ก็เท่านั้น โดยเจ้าคลื่น B จะเป็นคลื่นที่ใช้ในการแบ่งประเภทของรูปแบบย่อยๆภายใต้ Flat/Zigzag หลักๆเลย
|
สังเกตว่าทั้งคู่มี 3 ขาเหมือนกัน ต่างกันแค่ความยาวของคลื่น B - โดยคลื่น B ก็จะต้องน้อยกว่า 61.8% ของคลื่น A และบางทีก็ต้องมีการวัดขา C ด้วย
ปกติแล้วเราก็จะเรียนรู้กันแบบนี้ แต่ในหน้างานจริงๆ ตอนที่ใช้งานจริงเราแทบไม่ต้องคิดอะไรแบบนี้เลยครับ ตอนใช้งานจริง แอดจะดูแค่ว่า
1. ครบขาหรือยัง? (ถ้ามีแค่ ขึ้น-พัก แสดงว่าต้องมีการขึ้นอีกรอบ)
2. คลื่น B ยาวกว่า A มั้ย? (ถ้าสั้นกว่าจะสั้นเท่าไหร่ก็ได้ใช้เงื่อนไขเหมือนเอา Zigzag ผสม Flat ก็คือวิ่งได้ตั้งแต่ 1% - 100% เลยในกรณีที่เท่ากัน หรือหากมากกว่าก็มีลิมิตไว้ที่ 261.8%)
3. คลื่น C ยาวกว่า B มั้ย? (จะยาวกว่าหรือสั้นกว่าก็ได้ ทั้งใน Zigzag/Flat [Zigzag ในเทสหลายรอบพบว่ามี C-failure เกิดขึ้น])
จริงๆตอนดูมันก็มีแค่นี้เลยครับ ไม่ต้องไปนั่งแบ่งประเภทของรูปแบบอะไรมากมาย แค่ดูว่าเกิดกี่ขา ขาที่สอง(b) ยาวหรือสั้นกว่าขาแรก(a) และขาที่สาม(c) ยาวหรือสั้นกว่าขาที่สอง(b) ก็แค่นี้เลย
แอดไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นรูปแบบ Irregular, Common .... ในหัวเลยครับ แอดดูแค่นี้เลย เพราะในความเป็นจริงแล้ว การที่เราต้องดูรูปแบบและตั้งชื่อให้มากมายขนาดนี้ก็เพราะมันมีเรื่องของ Effect หลังจบของรูปแบบแต่ละอันไม่เหมือนกัน เช่น หากเป็น Irregular มีแนวโน้มจะดันราคาได้สูงกว่ารูปแบบที่เป็น Common Flat, แต่ในความเป็นจริงคือ มันจะเป็นอะไรก็ได้
สิ่งสำคัญคือมันไปเกิดอะไรในคลื่นหลักทำนองนี้ครับ จะให้พูดง่ายๆคือ วิธีการที่แอดใช้ในการใช้งาน แอดไม่ได้สนใจ effect หลังจบของรูปแบบ เลยไม่มีความจำเป็นต้องไปแบ่งรูปแบบอะไรมากมาย ซึ่งสะดวกกว่ามากในการเทรดจริงๆ (นับคลื่นตามตำรา ให้ถูกตามกฎ กับการเทรดจริงๆด้วยทฤษฎีคลื่น คนละเรื่องกันเลยนะครับ)
ดังนั้นวิธีการจำก็จำแค่ว่า มีสามขา และขาแต่ละขามันยาวหรือสั้นกว่าขาก่อนหน้ายังไงบ้าง ก็แค่นี้เลยครับ ไม่ต้องแบ่งรูปแบบ ไม่ต้องวัดฟิโบอะไรมากมายครับผม